WWF รณรงค์ผู้บริโภคร่วมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนด้วย “EAT BETTER กินดีกว่า” | WWF

WWF รณรงค์ผู้บริโภคร่วมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนด้วย “EAT BETTER กินดีกว่า”

Posted on
02 July 2018


30 มิถุนายน 2561 ฌ เฌอ ฟาร์ม & โฟร์ค มาร์เกต: WWF ประเทศไทยจัดเสวนา “EAT BETTER ดีต่อเรา ดีต่อโลก” ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องในการขับเคลื่อนความยั่งยืนภายใต้โครงการเสริมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำผ่านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนผู้บริโภคสร้างการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมเชิงบวกผ่านการเลือกกินอาหารซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายที่สุดในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โลกและสังคมของเรา
 
ภายในกิจกรรมได้มีวิทยากรมากประสบการณ์มาร่วมกันแลกเปลี่ยนพูดคุยในประเด็นการบริโภคและความเชื่อมโยงกับความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย คุณกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีและผู้ประสานงานโครงการกินเปลี่ยนโลก คุณจรงค์ศักดิ์ รองเดช ผู้ผลิตและผู้ดำเนินรายการภัตตาคารบ้านทุ่งช่อง ThaiPBS  คุณนคร ลิมปคุปตถาวร ศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองบ้านเจ้าชายผัก คุณมานิตา วิวัฒน์เศรษฐชัย กิจการเพื่อสังคม ผัก Done  คุณฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ เว็บไซต์ Blue Basket แหล่งซื้อขายสินค้าเพื่อสุขภาพ และยังมีกิจกรรม workshop ที่ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การเปลี่ยนเศษอาหารเป็นปุ๋ยและการปลูกผักเป็นอาหารในบ้าน
 
“EAT BETTER กินดีกว่า” เป็นโครงการรณรงค์เพื่อสร้างวิถีการผลิตและบริโภคที่ต้องคำนึงต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการสร้างจิตสำนึกใหม่ร่วมกัน ในระบบอาหารที่ยั่งยืนนั้นผู้ผลิตจะทุ่มเทในการผลิตอาหารปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคที่มีสำนึกรู้ในคุณค่าของอาหารที่มาจากความใส่ใจของผู้ผลิต ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลบนวิถีแห่งการบริโภคที่ดีกว่า
 
“ในอาหารหนึ่งจานมันบอกเล่าเรื่องราวของโภชนาการได้ว่าอุดมไปด้วยประโยชน์เยอะแยะมากมายขนาดไหน สมัยก่อนเราอาจจะยังไม่รู้กัน เพราะมันไม่มีงานวิจัยวิชาการ ภูมิปัญญานี่แหละคืองานวิจัยในสมัยนั้น แต่เป็นการวิจัยโดยใช้คน จากรุ่นสู่รุ่นจนตกทอดมาถึงรุ่นเรา”คุณจรงค์ศักดิ์ รองเดชกล่าว
 
“ทุกวันนี้ความสุขของผมในฐานะคนที่อยู่ปลายน้ำไม่ใช่เงินที่ได้จากการทำธุรกิจ แต่คือการเห็นผู้ผลิตขายของได้ เพราะของที่ขายได้มันมาจากผู้ผลิตที่ตั้งใจขายสินค้าที่มีคุณภาพและไม่ทำร้ายโลก ผมอยากเห็นการทำออร์แกนิคเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย”คุณฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศกล่าว
“การทำเกษตรคือการทำงานร่วมกับธรรมชาติ กับพื้นดิน ความรู้ต่างๆที่บ่มเพาะผมมาจนถึงทุกวันนี้ก็มาจากธรรมชาติ ผมมีความเชื่อว่า จริงๆแล้ว เราต้องบอกว่าถ้าทำดีต่อโลก แล้วโลกมันจะดีต่อเรา ไม่ใช่ทำดีต่อเราแล้วมันจะดีต่อโลก”คุณนคร ลิมปคุปตถาวรกล่าว
 
“สิ่งสำคัญสามอย่างของการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง คือ อาหาร จิตใจ และธรรมชาติ ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตห่างไกลจากธรรมชาติมาก อย่างเวลาไม่สบายเราก็หันไปพึ่งหมอกัน ก็เลยอยากใช้ขยะเป็นสื่อกลางในการเชื่อมคนให้ใกล้กับธรรมชาติมากขึ้น”คุณมานิตา วิวัฒน์เศรษฐชัยกล่าว

คุณกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา เสริมว่า“เราอยากให้ผู้บริโภคค่อยๆปรับ อย่างเวลาไปกินอาหารตามสั่งก็ช่วยสั่งให้ละเอียด ไม่น้ำตาล ไม่ชูรส ไม่น้ำปลา ไม่น้ำมันหอย เราสามารถเลือกได้ เราจะได้เป็นผู้บริโภคที่มีความสามารถในการเลือกกินได้บ้างและที่สำคัญคือเราต้องเลิกคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาด้วย”
 
“อาหารเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ เป็นวัฒนธรรม เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทุกคนล้วนอยู่ในห่วงโซ่ของระบบอาหาร อาหารจึงไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งโลก รูปแบบการผลิตและบริโภคอาหารในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทรัพยากรเสื่อมโทรม มลพิษทางน้ำและอากาศ การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ เป็นต้น ล้วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและบริโภคอาหารทั้งสิ้น ดังนั้นการเลือกกินอาหารมีผลิตอย่างรับผิดชอบจะเป็นการลดผลกระทบต่อโลก และหากทุกคนร่วมกันกินดีกว่าก็จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่ความยั่งยืนได้” คุณพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการโครงการเสริมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำผ่านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนกล่า ปิดท้าย
 
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
http://scp.wwf.or.th/scp_community/event_calendar/

โครงการเสริมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำผ่านการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ การก่อสร้างและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ของรัฐบาลเยอรมัน โดยมี WWF ประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินโครงการและทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต ภาคเอกชน และผู้บริโภคเพื่อส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม